On-Balance Volume (OBV) เป็นอินดิเคเตอร์ประเภทสะสม volume แบบต่อเนื่อง แทนที่จะให้คะแนนแต่ละแท่งเทียนบนสเกลตายตัว มันเก็บผลรวมสะสมเพียงเส้นเดียวที่จะบวกหรือลบ volume ของแท่งนั้นตามทิศทางที่ราคาปิดเท่านั้น ในขณะที่ Money Flow Index ผสมราคาและ volume เข้าด้วยกันเป็น oscillator แบบมีขอบเขต 0-100 OBV ทำสิ่งที่เรียบง่ายกว่าและตรงไปตรงมากว่าในแง่หนึ่ง — มันแค่สะสม volume ไปตามทิศทางของราคาไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วให้คุณดูว่าผลรวมสะสมนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ราคากำลังทำอยู่หรือไม่ นั่นทำให้มันไม่ใช่เครื่องมือแบบ "zone" แต่เป็นเครื่องมือ ยืนยัน (confirmation) ซึ่งเปลี่ยนวิธีอ่านค่าตั้งแต่รากฐาน
OBV คำนวณอย่างไร
สูตรของ OBV ไม่มีการทำให้เรียบ ไม่มีการหาค่าเฉลี่ย และไม่มี period ย้อนหลัง — มันเป็นผลรวมสะสมตรงๆ ที่อัปเดตทีละแท่ง
- ถ้าราคาปิดปัจจุบัน สูงกว่า ราคาปิดก่อนหน้า volume ของแท่งนั้นจะถูก บวกเข้า ผลรวมสะสม
- ถ้าราคาปิดปัจจุบัน ต่ำกว่า ราคาปิดก่อนหน้า volume ของแท่งนั้นจะถูก ลบออกจาก ผลรวมสะสม
- ถ้าราคาปิด ไม่เปลี่ยนแปลง ผลรวมสะสมจะคงเดิมพอดี
ไม่มีการรีเซ็ต ไม่มีเพดานบน และไม่มีเพดานล่าง — เส้นจะไต่ขึ้นเมื่อ volume ฝั่งขาขึ้นมากกว่าฝั่งขาลงเมื่อเวลาผ่านไป และลดลงเมื่อเป็นตรงกันข้าม นี่คือเหตุผลที่ OBV มีหน้าตาแตกต่างจาก RSI, MFI หรือ CCI โดยสิ้นเชิง เพราะอินดิเคเตอร์เหล่านั้นปรับสเกลผลลัพธ์ให้อยู่ในกรอบตายตัวทุก period ในขณะที่ค่าสัมบูรณ์ของ OBV มีความหมายก็ต่อเมื่อเทียบกับค่าก่อนหน้าของมันเองเท่านั้น ค่า 50,000 หรือ -2 ล้าน ไม่มีความหมายอะไรในตัวมันเอง สิ่งที่สำคัญคือรูปทรงของเส้นและว่ามันกำลังขึ้น ลง หรือแบนราบเมื่อเทียบกับราคา
การอ่าน OBV: ยืนยัน ไม่ใช่ดู Zone
เพราะ OBV ไม่มี zone Overbought หรือ Oversold วิธีอ่านค่าคือการเทียบรูปทรงของมันกับรูปทรงของราคา ไม่ใช่การรอดูว่าเมื่อไรจะตัดผ่านเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง ไดอะแกรมด้านบนแสดงกรณีในอุดมคติ ราคากำลังไต่ขึ้นเป็นชุดของจุดสูงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และ OBV ก็ไต่ขึ้นไปพร้อมกันด้วยจุดสูงที่สูงขึ้นของตัวมันเอง ความสอดคล้องกันแบบนี้คือหน้าตาของเทรนด์ที่แข็งแรงเมื่อดูผ่าน OBV — จุดสูงใหม่ของราคาแต่ละจุดมี volume สะสมจากแรงซื้อมากกว่าจุดก่อนหน้า ซึ่งบอกว่ามีการมีส่วนร่วมจริงอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนั้น ไม่ใช่แค่การเทรดจำนวนน้อยที่ดันราคาให้ลอยขึ้นไปเฉยๆ
กรณีตรงกันข้าม — ที่ราคายังคงไต่ขึ้นต่อ แต่ OBV เริ่มแบนราบหรือกลับตัวลง — คือสัญญาณที่มีประโยชน์ที่สุดที่ OBV สร้างขึ้น และเป็นหัวข้อของหัวข้อถัดไป นิสัยหลักที่ควรฝึกคือ อย่าดู OBV เดี่ยวๆ ให้ดู OBV เทียบกับ ราคาเสมอ แท่งต่อแท่ง จุดสูงต่อจุดสูง
Divergence: พลังที่แท้จริงของ OBV
คุณค่าที่แท้จริงของ OBV ไม่ใช่การเป็นสัญญาณซื้อหรือขายเดี่ยวๆ แต่เป็นเครื่องมือตรวจจับความจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา Divergence ระหว่างราคากับ OBV คือรูปแบบที่ทำให้อินดิเคเตอร์ตัวนี้คุ้มค่าแก่การมีอยู่บนกราฟ
Bearish divergence เกิดขึ้นเมื่อราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ OBV ไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ตามไปด้วย — เส้นสะสม volume หยุดนิ่ง แบนราบ หรือแม้แต่ขยับลงเล็กน้อยในขณะที่ราคายังคงไต่ขึ้นต่อไป ความไม่สอดคล้องกันนี้คือสัญญาณเตือน การพุ่งขึ้นของราคากำลังเกิดขึ้นโดยไม่มี volume ซื้อมากพอมารองรับ ซึ่งหมายความว่ามีผู้เข้าร่วมจริงๆ ดันการเคลื่อนไหวนี้น้อยลง และมันอาจเปราะบางกว่าที่กราฟราคาเพียงอย่างเดียวบอกไว้ ไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัวทันที — divergence สามารถคงอยู่ได้อีกสักพักก่อนที่จะคลี่คลาย — แต่เป็นสัญญาณให้รัดกุมเรื่องการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น หรือมองหาการยืนยันจากที่อื่นก่อนจะเชื่อว่าเทรนด์นี้ยังมีแรงไปต่อจริง
Bullish divergence คือภาพสะท้อนกลับที่จุดต่ำ ราคาทำจุดต่ำใหม่ แต่ OBV ไม่สามารถทำจุดต่ำใหม่ตามไปด้วย กลับยืนอยู่เหนือจุดต่ำสุดก่อนหน้าแทน สิ่งนี้บ่งชี้ว่าแรงขายกำลังหมด volume จริงเบื้องหลังลงแล้ว ผู้ขายกำลังกดราคาลงด้วยการมีส่วนร่วมที่บางลงเรื่อยๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนที่จุดต่ำสุดจะก่อตัวและผู้ซื้อกลับเข้ามา
Divergence ทั้งสองแบบไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรดที่แม่นยำในตัวมันเอง เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้มันเป็นสัญญาณเตือนให้จับตาดูใกล้ชิดขึ้น แล้วรอโครงสร้างราคาเอง (จุดต่ำที่ถูกทะลุ การทดสอบซ้ำที่ล้มเหลว แท่งเทียนกลับตัว) หรือสัญญาณจากอินดิเคเตอร์ตัวอื่นมายืนยันก่อนลงมือ Divergence บอกคุณว่ามีบางอย่างผิดปกติกับ volume ที่รองรับการเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้บอกว่าความไม่สมดุลนั้นจะคลี่คลายเมื่อไรแน่ชัด
เงื่อนไขการเข้าเทรด: การตัดกันกับเส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณ
เพราะ OBV ไม่มีเส้นกึ่งกลางหรือ zone ตายตัวให้แจ้งเตือน อินดิเคเตอร์ที่แนบมาจึงสร้างเส้นนั้นขึ้นมาเอง มันคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ของ OBV เองในช่วง SignalPeriod ที่ตั้งค่าได้ (ค่าเริ่มต้น 20 แท่ง) แล้วจับตาดูว่า OBV ตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยนั้นเมื่อไร
- สัญญาณ BUY — OBV ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณของตัวมันเอง บ่งชี้ว่าสมดุลของ volume เพิ่งเปลี่ยนเป็นบวกเมื่อเทียบกับแนวโน้มล่าสุด
- สัญญาณ SELL — OBV ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณของตัวมันเอง บ่งชี้ว่าสมดุลของ volume เพิ่งเปลี่ยนเป็นลบเมื่อเทียบกับแนวโน้มล่าสุด
เส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณนี้ไม่ใช่อินดิเคเตอร์ตัวที่สองที่ติดตั้งมาแยกต่างหาก — มันถูกคำนวณด้วยมือภายในโค้ดแจ้งเตือน โดยหาค่าเฉลี่ยของ OBV เองในช่วงเวลาย้อนหลัง เพราะ OBV เพียงลำพังไม่มีอะไรอื่นให้ตัดผ่าน ให้ปฏิบัติต่อการตัดกันนี้เหมือนกับที่คุณปฏิบัติต่อการตัดกันของเส้น Signal ใน MACD คือเป็นเครื่องมือจับจังหวะสำหรับการเปลี่ยนโมเมนตัมในเส้นหลัก ควรใช้ร่วมกับการอ่าน divergence ข้างต้นและโครงสร้างราคาจริง ไม่ใช่ยิงสัญญาณแบบไม่ผ่านการกรอง
Parameters
- AppliedPrice (MT4 ค่าเริ่มต้น
PRICE_CLOSE) / AppliedVolume (MT5 ค่าเริ่มต้นVOLUME_TICK) — ราคาหรือประเภท volume ที่ใช้ป้อนเข้าการคำนวณ OBV - SignalPeriod (ค่าเริ่มต้น 20) — ช่วงเวลาย้อนหลังของเส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณที่ OBV ตัดผ่านเพื่อสร้างการแจ้งเตือน ค่ายิ่งสั้นยิ่งตอบสนองเร็วแต่เกิดการตัดกันหลอกบ่อยขึ้น ค่ายิ่งยาวยิ่งทำให้เส้นสัญญาณเรียบขึ้นและแจ้งเตือนน้อยลง
- EnableAlert (ค่าเริ่มต้น true) — เด้งแจ้งเตือนใน platform ทันทีที่ OBV ตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยสัญญาณ
- EnablePush (ค่าเริ่มต้น false) — ส่งการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์ผ่านแอปมือถือของ MetaTrader ด้วย
OBV เทียบกับ MFI: สองวิธีที่ต่างกันในการใช้ Volume
ทั้ง OBV และ MFI บนเว็บไซต์นี้ใช้ volume เพื่อเพิ่มชั้นข้อมูลเหนือกว่าสิ่งที่ราคาเพียงอย่างเดียวแสดงให้เห็น แต่ทั้งสองถูกสร้างจากตรรกะที่ต่างกันจริงๆ MFI บีบอัดการเคลื่อนไหวของราคาที่ถ่วงน้ำหนักด้วย volume ให้อยู่ใน oscillator แบบมีขอบเขต 0-100 ที่มี zone Overbought (80) และ Oversold (20) ที่ชัดเจน — คุณอ่านมันเหมือนอ่าน RSI เพียงแต่ถ่วงน้ำหนักด้วย money flow OBV ทำตรงกันข้าม มันไม่เคยรีเซ็ตและไม่เคยจำกัดขอบเขตตัวเอง จึงไม่มี zone ให้จับตาดูและไม่มีเกณฑ์ตายตัวที่แปลว่า "สุดขั้ว" ค่าของมันมาจากการเปรียบเทียบรูปทรงกับราคาเมื่อเวลาผ่านไปทั้งหมด
ในทางปฏิบัติ นี่ทำให้ทั้งสองตัวเสริมกันมากกว่าจะซ้ำซ้อนกัน MFI มีประโยชน์สำหรับหาจุดสุดขั้ว Overbought/Oversold ระยะสั้นแบบที่ oscillator ทำ ส่วน OBV มีประโยชน์สำหรับตรวจสอบว่าเทรนด์ระยะยาวมี volume รองรับจริงหรือไม่ เทรดเดอร์อาจใช้ MFI เพื่อจับจังหวะเข้าเทรดภายในเทรนด์ที่ก่อตัวแล้ว พร้อมกับตรวจสอบ OBV เพื่อยืนยันว่าเทรนด์นั้นมี volume สะสมจริงรองรับอยู่ ไม่ใช่กำลังบางลงเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของราคา
ข้อควรระวังเรื่อง Volume ในตลาด Forex
อินดิเคเตอร์ที่อิง volume มีข้อควรระวังเพิ่มเติมบนกราฟ forex ที่ควรพูดถึงให้ชัดเจนอีกครั้งตรงนี้ เพราะ OBV พึ่งพา volume โดยตรงมากกว่าอินดิเคเตอร์แทบทุกตัวบนเว็บไซต์นี้ — มัน คือ volume สะสม ไม่ใช่การผสมผสาน Forex เป็นตลาด over-the-counter ที่ไม่มีตลาดแลกเปลี่ยนศูนย์กลาง จึงไม่มีบันทึกที่เป็นทางการเพียงชุดเดียวว่ามีคู่เงินจำนวนเท่าไรที่เปลี่ยนมือจริงๆ สิ่งที่ MetaTrader ให้มาแทนคือ tick volume — จำนวนครั้งที่ราคาที่เสนอเปลี่ยนแปลงระหว่างแท่งนั้น — และนี่คือสิ่งที่ป้อนเข้าการคำนวณของอินดิเคเตอร์นี้ ไม่ใช่ volume ที่เทรดจริง (ซึ่งค่าตั้งต้น VOLUME_TICK ในโค้ด MQL5 ระบุไว้ชัดเจน เพราะ VOLUME_REAL ที่เป็น volume จริงโดยทั่วไปไม่มีรายงานสำหรับคู่เงิน forex เลย)
tick volume มักมีความสัมพันธ์ที่พอใช้ได้กับกิจกรรมการเทรดจริง — ตลาดที่คึกคักกว่ามักสร้างการเปลี่ยนแปลงราคาที่มากขึ้นจริงๆ — แต่มันเป็นตัวแทน (proxy) ไม่ใช่การนับโดยตรง และแต่ละ broker เห็นเพียงส่วนหนึ่งของกระแสราคาทั่วโลกจากมุมมองของตัวเองเท่านั้น นั่นหมายความว่ารูปทรงที่แน่นอนของเส้น OBV อาจแตกต่างกันไปบ้างระหว่าง broker แต่ละราย สำหรับคู่เงินและ timeframe เดียวกัน แม้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาที่แท้จริงจะเหมือนกันก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ OBV ไร้ประโยชน์บน forex — รูปแบบการยืนยันและ divergence ที่มันเปิดเผยยังคงใช้ได้ผลดีพอสมควรในทางปฏิบัติ — แต่ควรจำไว้ว่าคุณกำลังอ่านความเข้มข้นของการเสนอราคาที่สะสมไว้ ไม่ใช่ volume ที่เทรดจริงตามความหมายตรงตัว โดยเฉพาะก่อนที่จะให้น้ำหนักมากกับสัญญาณ divergence ที่ไม่ชัดเจนนัก
ข้อควรระวัง
ข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของ OBV คือมันไม่มีสเกลสัมบูรณ์ให้ตรวจสอบเทียบ — เส้นที่กำลังขึ้นบอกแค่ว่ากระแส volume สุทธิเป็นบวกนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นใดก็ตามที่กราฟเริ่มไว้ ดังนั้นการเปรียบเทียบจะสมเหตุสมผลก็ต่อเมื่ออยู่ในกรอบเวลาที่มองเห็นได้เดียวกัน ไม่ใช่ข้ามช่วงเวลาที่ต่างกันมากๆ นอกจากนี้ OBV ยังสามารถไหลไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับเทรนด์ที่แท้จริง แท่งที่มี volume สูงผิดปกติเพียงไม่กี่แท่งสามารถครอบงำผลรวมสะสมไปอีกนานหลังจากนั้น เช่นเดียวกับเครื่องมือทุกตัวบนเว็บไซต์นี้ ให้ใช้ OBV เพื่อยืนยันหรือตั้งคำถามกับสิ่งที่ราคาและโครงสร้างตลาดกำลังบอกอยู่แล้ว (ดูเทรนด์เทียบกับไซด์เวย์สำหรับการอ่านโครงสร้างนั้นก่อน) แทนที่จะใช้เป็นสัญญาณเดี่ยวๆ และควรกำหนดขนาดโพซิชันพร้อม stop ที่ชัดเจนเสมอก่อนลงมือตามสัญญาณใดๆ — ดูพื้นฐานการบริหารความเสี่ยงสำหรับวิธีคำนวณขนาดโพซิชัน
ดาวน์โหลดอินดิเคเตอร์
อินดิเคเตอร์ที่ปรับแต่งเองนี้จะคำนวณ On-Balance Volume ในหน้าต่างแยกต่างหาก และแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อ OBV ตัดผ่านเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สัญญาณของตัวมันเอง รองรับทั้ง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ด้านล่างนี้
วิธีติดตั้ง — MetaTrader 4
- ดาวน์โหลดไฟล์
obv-alert.mq4ด้านล่าง - เปิด MetaTrader 4 → คลิก
File→Open Data Folder - วางไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์
MQL4/Indicators - รีสตาร์ท MetaTrader 4 แล้วลากอินดิเคเตอร์จากหน้าต่าง Navigator ไปวางบนกราฟ
วิธีติดตั้ง — MetaTrader 5
- ดาวน์โหลดไฟล์
obv-alert.mq5ด้านล่าง - เปิด MetaTrader 5 → คลิก
File→Open Data Folder - วางไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์
MQL5/Indicators - รีสตาร์ท MetaTrader 5 แล้วลากอินดิเคเตอร์จากหน้าต่าง Navigator ไปวางบนกราฟ
ไฟล์ทั้งสองเป็น source code — โปรดเปิดและตรวจสอบโค้ดทั้งหมดก่อนใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง