Expert Advisor (EA) ต่างจากไฟล์ดาวน์โหลดอื่นๆ บนเว็บไซต์นี้ — อินดิเคเตอร์ทำได้แค่พล็อตเส้นหรือแจ้งเตือน แต่ EA จะส่งคำสั่งเทรดแทนคุณจริงๆ EA ฟรีตัวนี้เทรดด้วยกลยุทธ์แบบกลับตัว (reversal) ที่สร้างขึ้นจาก Bulls Power และ Bears Power คู่ oscillator ที่ Elder คิดค้นขึ้น ซึ่งวัดว่าราคาสูงสุดและต่ำสุดของแท่งเทียนห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยไปมากแค่ไหน — มันรอจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของตลาดจะเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง แล้วจึงเปิดเทรดในทิศทางตรงข้าม พร้อม Stop Loss แบบอิง ATR, Take Profit ตามสัดส่วน และการคำนวณขนาดโพซิชันตามความเสี่ยง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานอัตโนมัติ
กลยุทธ์ทำงานอย่างไร
Bulls Power และ Bears Power ทั้งคู่คำนวณจาก EMA 13 period เดียวกัน (Period_ ค่าเริ่มต้น 13) เพียงแต่นำไปใช้กับคนละส่วนของแท่งเทียน Bulls Power คือ High − EMA นั่นคือราคาสูงสุดของแท่งเทียนห่างจากค่าเฉลี่ยขึ้นไปมากแค่ไหน เป็นการวัดว่าฝ่ายซื้อแสดงพลังมากแค่ไหนในจังหวะที่ดีที่สุดของแท่งเทียนนั้น ส่วน Bears Power คือ Low − EMA นั่นคือราคาต่ำสุดของแท่งเทียนห่างจากค่าเฉลี่ยลงไปมากแค่ไหน เป็นการวัดว่าฝ่ายขายแสดงพลังมากแค่ไหนในจังหวะที่แย่ที่สุดสำหรับฝ่ายซื้อ ค่าทั้งสองสามารถเป็นบวกหรือลบก็ได้ และทั้งคู่ไม่มีขอบเขตบนหรือล่างที่ตายตัว — ไม่มีสเกล 0-100 ให้อ่านตรงนี้ มีแค่เครื่องหมายและทิศทางของการตัดกันเท่านั้น
EA ตัวนี้ไม่ได้เฝ้าดูเส้นเดียวตัดผ่านระดับศูนย์เส้นเดียวแบบที่ EA โมเมนตัมทั่วไปทำ แต่มันเฝ้าดูเส้นสองเส้นแยกกันเพื่อสองเงื่อนไขที่ไม่สมมาตรกัน สัญญาณ BUY จะเกิดขึ้นเมื่อ Bears Power ตัดขึ้นจากค่าลบไปเป็นค่าบวก — หมายความว่าแม้แต่ราคาต่ำสุดของแท่งเทียนที่เพิ่งปิดก็ยังจบสูงกว่า EMA ดังนั้นฝ่ายขายไม่สามารถกดราคาลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยได้แม้ในจังหวะที่ดีที่สุดของตัวเอง ส่วนสัญญาณ SELL จะเกิดขึ้นเมื่อ Bulls Power ตัดลงจากค่าบวกไปเป็นค่าลบ — หมายความว่าแม้แต่ราคาสูงสุดของแท่งเทียนที่เพิ่งปิดก็ยังจบต่ำกว่า EMA ดังนั้นฝ่ายซื้อไม่สามารถดันราคาขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยได้แม้ในจังหวะที่ดีที่สุดของตัวเอง แต่ละเงื่อนไขจึงอ่านได้ว่า "ฝ่ายที่กำลังแพ้เพิ่งถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง" ซึ่งเป็นข้อความที่หนักแน่นและเฉพาะเจาะจงกว่า "ค่าเฉลี่ยของสองเส้นสลับตำแหน่งกัน" และนี่คือเหตุผลที่ EA ตัวนี้ถูกจัดอยู่ในหมวดกลยุทธ์กลับตัว ไม่ใช่กลยุทธ์ตามโมเมนตัมแบบธรรมดา
Stop Loss, Take Profit และขนาดโพซิชัน
ทั้ง Stop Loss และ Take Profit คำนวณจาก ATR แทนที่จะใช้ระยะ pip คงที่ ดังนั้น stop ทุกครั้งจึงสะท้อนว่าคู่เงินนั้นกำลังเคลื่อนไหวมากแค่ไหนจริงๆ ในขณะนั้น แทนที่จะเป็นตัวเลขที่กำหนดไว้ครั้งเดียวแล้วไม่เปลี่ยนไม่ว่าสภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ระยะ Stop Loss คือ ATRMultiplier × ATR (ค่าเริ่มต้น multiplier คือ 2.0 คำนวณ ATR จาก ATRPeriod ค่าเริ่มต้น 14) และ Take Profit ถูกตั้งเป็น RiskRewardRatio × ระยะ Stop Loss (ค่าเริ่มต้น 2.0) — ดังนั้นออเดอร์ BUY ที่ตั้ง stop แบบอิง ATR ไว้ที่ 25 pip จะได้เป้าหมายที่ 50 pip โดยอัตโนมัติ และทุกเทรดที่ EA ตัวนี้เปิด ไม่ว่าจะเป็นคู่เงินหรือ timeframe ไหนก็ตาม จะมีสัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเท่ากันเสมอ
ขนาดโพซิชันใช้วิธีเดียวกับตัวอย่างการคำนวณใน พื้นฐานการบริหารความเสี่ยง คือนำ RiskPercent (ค่าเริ่มต้น 1.0%) ของยอดเงินในบัญชี หารด้วยระยะ Stop Loss เพื่อได้ขนาด lot ทำให้จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อเทรดคงที่ในระดับหนึ่ง แม้ว่าระยะ stop แบบอิง ATR จะขยายหรือหดตามความผันผวนที่เปลี่ยนไปก็ตาม stop ที่กว้างในคู่เงินที่ผันผวนจะได้ lot ที่เล็กลง ส่วน stop ที่แคบในคู่เงินที่นิ่งจะได้ lot ที่ใหญ่ขึ้น lot ที่คำนวณได้จะถูกปรับให้เข้ากับขนาด lot ขั้นต่ำ ขั้นสูงสุด และช่วงขั้น (step) ของ broker ก่อนส่งคำสั่ง และ UseFixedLot มีไว้เป็นทางเลือกสำรองสำหรับเทรดเดอร์ที่อยากเทรดด้วยขนาด lot คงที่แทนการคำนวณตามความเสี่ยงของบัญชี — มีประโยชน์สำหรับการทดสอบ หรือสำหรับบัญชีขนาดเล็กที่การคำนวณตามเปอร์เซ็นต์จะปัดลงเหลือ lot ขั้นต่ำของ broker อยู่ดี
เงื่อนไขการเข้าเทรด
- BUY — Bears Power ตัดขึ้นจากค่าลบ (หรือศูนย์) ไปเป็นค่าบวกบนแท่งเทียนที่เพิ่งปิด: ค่า Bears Power ของแท่งเทียนก่อนหน้าอยู่ที่หรือต่ำกว่าศูนย์ และค่าปัจจุบันอยู่เหนือศูนย์
- SELL — Bulls Power ตัดลงจากค่าบวก (หรือศูนย์) ไปเป็นค่าลบบนแท่งเทียนที่เพิ่งปิด: ค่า Bulls Power ของแท่งเทียนก่อนหน้าอยู่ที่หรือสูงกว่าศูนย์ และค่าปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าศูนย์
สังเกตว่าสัญญาณ BUY อ่านมาจาก Bears Power ไม่ใช่ Bulls Power และสัญญาณ SELL อ่านมาจาก Bulls Power ไม่ใช่ Bears Power — จุดนี้สับสนได้ง่ายในการอ่านครั้งแรก จึงควรพูดให้ชัดอีกครั้งว่า BUY เกิดขึ้นเมื่อเส้นของฝ่ายขายพิสูจน์ว่าฝ่ายขายเสียพื้นที่ด้านล่างไปแล้ว และ SELL เกิดขึ้นเมื่อเส้นของฝ่ายซื้อพิสูจน์ว่าฝ่ายซื้อเสียเพดานด้านบนไปแล้ว นอกเหนือจากตัวสัญญาณเองแล้ว มีกลไกความปลอดภัยมาตรฐานที่ควบคุมทุกเทรดที่ EA ตัวนี้จะเปิดได้ ได้แก่ มันประเมินเงื่อนไขการเข้าเทรดเพียงครั้งเดียวต่อแท่งเทียนใหม่เท่านั้น (ติดตามจากเวลาเปิดของแท่งเทียน) ดังนั้นการตัดกันครั้งเดียวจะไม่สามารถสั่งเทรดซ้ำหลายครั้งภายในแท่งเทียนเดียวกันได้ มันเปิดได้ครั้งละ 1 โพซิชันเท่านั้น โดยตรวจสอบจากการนับเทรดที่เปิดอยู่ซึ่งกรองเฉพาะคู่เงินและ MagicNumber ของตัว EA เองก่อนพิจารณาเข้าเทรดใหม่ทุกครั้ง และมันตรวจสอบ spread ปัจจุบันเทียบกับ MaxSpreadPoints (ค่าเริ่มต้น 30) ก่อนส่งคำสั่ง โดยข้ามการเข้าเทรดไปเลยหาก spread กว้างเกินกว่าจะเทรดที่ราคาที่สมเหตุสมผลได้ ทุกออเดอร์ถูกแท็กด้วย MagicNumber (ค่าเริ่มต้น 20260736) ดังนั้นระบบนับโพซิชันของ EA จะไม่มีวันไปยุ่งกับเทรดที่คุณเปิดเองด้วยมือ หรือเทรดที่เปิดโดย EA ตัวอื่นบนบัญชีเดียวกัน
Parameters
- Period_ (ค่าเริ่มต้น 13) — period ของ EMA ที่ทั้ง Bulls Power และ Bears Power ใช้คำนวณ นี่คือค่าเริ่มต้นตามแบบดั้งเดิมของ Elder ค่าที่สั้นกว่าจะตอบสนองไวกว่าและตัดกันบ่อยกว่า ส่วนค่าที่ยาวกว่าจะเรียบกว่าแต่ยืนยันการกลับตัวได้ช้ากว่า
- ATRPeriod (ค่าเริ่มต้น 14) — ช่วงย้อนหลังที่ใช้คำนวณ ATR สำหรับกำหนดระยะ Stop Loss
- ATRMultiplier (ค่าเริ่มต้น 2.0) — ระยะ Stop Loss = ATR × ค่านี้
- RiskRewardRatio (ค่าเริ่มต้น 2.0) — ระยะ Take Profit = ระยะ Stop Loss × ค่านี้
- UseFixedLot — เปลี่ยนวิธีคำนวณขนาดโพซิชันจากแบบตามความเสี่ยงเป็นขนาด lot คงที่
- FixedLotSize (ค่าเริ่มต้น 0.01) — ขนาด lot ที่ใช้เมื่อเปิดใช้งาน
UseFixedLot - RiskPercent (ค่าเริ่มต้น 1.0) — เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินในบัญชีที่ยอมเสี่ยงต่อการเทรด ใช้คำนวณขนาด lot เมื่อ
UseFixedLotปิดอยู่ - MaxSpreadPoints (ค่าเริ่มต้น 30) — ข้ามการเข้าเทรดใหม่หาก spread กว้างกว่าค่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเทรดที่ราคาไม่ดีช่วงสภาพคล่องต่ำ
- MagicNumber (ค่าเริ่มต้น 20260736) — แท็กทุกคำสั่งที่ EA นี้ส่งออกไป เพื่อให้ระบบจัดการโพซิชันไม่มีวันไปยุ่งกับเทรดที่เปิดด้วยมือหรือโดย EA ตัวอื่น
- EnableTrading — สวิตช์เปิด/ปิดหลัก ใช้พักการทำงานของ EA ได้โดยไม่ต้องถอดออกจากกราฟ
ทำไมต้อง "ฝ่ายหนึ่งเสียการควบคุม" แทนที่จะเป็นการตัดศูนย์แบบธรรมดา
น่าจะลองเทียบการออกแบบนี้กับ EA ตัดศูนย์อีกตัวบนเว็บไซต์นี้ นั่นคือ Awesome Oscillator momentum EA เพราะทั้งสองตัวดูคล้ายกันเมื่อมองผ่านๆ — ทั้งคู่เทรดตอนตัดผ่านศูนย์โดยไม่มีการยืนยันเพิ่มเติม — แต่สิ่งที่แต่ละตัวกำลังบอกจริงๆ นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง Awesome Oscillator EA เฝ้าดูเส้นเดียวที่สร้างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้นของราคากึ่งกลางแท่งเทียน การตัดศูนย์ตรงนั้นหมายความว่าค่าเฉลี่ยเร็วเพิ่งแซงค่าเฉลี่ยช้า เป็นข้อความที่พูดถึงแค่การเปลี่ยนความเร็วของโมเมนตัมเท่านั้น ส่วน EA ตัวนี้เฝ้าดูเส้นสองเส้นที่แยกกัน แต่ละเส้นสร้างจากส่วนที่สุดขั้วกว่าของแท่งเทียนคนละส่วน (ราคาสูงสุดสำหรับ Bulls Power ราคาต่ำสุดสำหรับ Bears Power) และแต่ละเงื่อนไขที่มันเทรดจริงๆ แล้วเป็นข้อความเกี่ยวกับความหมดแรง ไม่ใช่ "โมเมนตัมกลับทิศ" แต่เป็น "ฝ่ายที่กำลังแพ้เพิ่งถูกปิดกั้นอย่างสิ้นเชิง แม้ในจังหวะที่ดีที่สุดของแท่งเทียนนั้น"
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อสิ่งที่แต่ละกลยุทธ์ถนัดจับ EA แบบโมเมนตัมมักจับตลาดที่กำลังเร่งความเร็วไปในทิศทางใหม่ได้ดี — เป็นสัญญาณแนวต่อเนื่องแม้จะถูกวางกรอบเป็นการตัดกันก็ตาม ส่วน EA ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจับสถานการณ์ตรงข้าม นั่นคือตลาดที่เคลื่อนไปทางเดียวมาตลอด แล้วฝ่ายที่กำลังแพ้ในที่สุดก็ไม่สามารถสร้างรอยแม้แต่น้อยได้เลย ซึ่งเป็นรูปแบบ classic ของการกลับตัว ข้อแลกเปลี่ยนคือ Bulls Power และ Bears Power ตอบสนองต่อค่าสุดขั้วของแท่งเทียนแต่ละแท่ง ไม่ใช่ต่อค่าเฉลี่ยที่ปรับให้เรียบแล้ว ดังนั้นแท่งเทียนที่กว้างผิดปกติเพียงแท่งเดียวก็อาจทำให้ค่าที่อ่านได้กลับด้านได้ แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจริงในเทรนด์ภาพกว้างเลยก็ตาม — ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้หัวข้อข้อควรระวังในหัวข้อถัดไปสำคัญมากสำหรับ EA ตัวนี้โดยเฉพาะ การใช้สัญญาณนี้ร่วมกับการอ่านความแข็งแรงของเทรนด์อย่าง ADX หรือโครงสร้างภาพกว้างที่พูดถึงใน เทรนด์กับตลาดไซด์เวย์ เป็นวิธีตามธรรมชาติที่จะกรองสัญญาณกลับตัวที่เกิดขึ้นกลางเทรนด์ที่ยังควบคุมอยู่เต็มที่ออกไป
การติดตั้งและตั้งค่า
EA ติดตั้งในโฟลเดอร์ที่ต่างจากอินดิเคเตอร์ — เป็นขั้นตอนที่คนพลาดบ่อยที่สุด
- ดาวน์โหลดไฟล์ด้านล่างสำหรับ platform ของคุณ
- เปิด MetaTrader → คลิก
File→Open Data Folder - นำไฟล์ไปวางในโฟลเดอร์
MQL4/Experts(MetaTrader 4) หรือMQL5/Experts(MetaTrader 5) — ไม่ใช่ โฟลเดอร์ Indicators - รีสตาร์ท MetaTrader แล้วลาก EA จากหน้าต่าง Navigator ไปวางบนกราฟ
- เปิดใช้งาน AutoTrading (MT4) หรือ Algo Trading (MT5) บนแถบเครื่องมือ — EA จะไม่ส่งคำสั่งเทรดใดๆ เลยถ้าปิดสวิตช์นี้อยู่ แม้จะติดอยู่บนกราฟแล้วก็ตาม
- ตรวจสอบและปรับ parameter ในหน้าต่างตั้งค่าของ EA ก่อนยืนยัน
ข้อควรระวัง
ทดสอบบนบัญชีเดโมก่อนเสมอ ในสภาวะตลาดที่หลากหลายและหลายคู่เงิน ก่อนนำเงินจริงไปเสี่ยง — ผลการทดสอบย้อนหลัง (backtest) หรือผลงานที่ดีบนบัญชีเดโม ไม่เคยรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต EA ตัวนี้สามารถขาดทุนในบางเทรดได้ และจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมันคือสถานการณ์เดียวกับที่สัญญาณของมันล่อใจให้เข้าเทรดมากที่สุด นั่นคือสัญญาณกลับตัวที่เกิดขึ้นกลางเทรนด์ที่แข็งแรงจริงๆ ซึ่ง "ฝ่ายที่กำลังแพ้" ที่เพิ่งถูกปิดกั้นไปเพียงหนึ่งแท่งเทียน กลับไปแพ้อีกครั้งในอีกไม่กี่แท่งเทียนถัดมา และการกลับตัวก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง Bulls Power และ Bears Power ตอบสนองต่อราคาสูงสุดหรือต่ำสุดของแท่งเทียนเดียว ไม่ใช่ค่าที่ปรับให้เรียบแล้ว ดังนั้นแท่งเทียนที่ใหญ่ผิดปกติภายในเทรนด์ที่ยังคงสมบูรณ์อยู่ก็อาจกระตุ้นการตัดกันที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการควบคุมจริงเลย ควรพิจารณาใช้ EA ตัวนี้ร่วมกับตัวกรองความแข็งแรงของเทรนด์อย่าง ADX ก่อนเชื่อสัญญาณกลับตัวบนคู่เงินที่กำลังเคลื่อนไหวแรงในทิศทางเดียวอยู่ ไฟล์ทั้ง MT4 และ MT5 ด้านล่างเป็น source code — เปิดและอ่านให้ครบถ้วน และเข้าใจว่า parameter แต่ละตัวทำอะไรอย่างละเอียด ก่อนนำ EA นี้ไปติดกับบัญชีจริง เนื้อหานี้เป็นการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล
ดาวน์โหลด EA
วิธีติดตั้ง — MetaTrader 4
- ดาวน์โหลดไฟล์
bulls-bears-power-reversal-ea.mq4ด้านล่าง - เปิด MetaTrader 4 → คลิก
File→Open Data Folder - นำไฟล์ไปวางในโฟลเดอร์
MQL4/Experts - รีสตาร์ท MetaTrader 4 แล้วลาก EA จากหน้าต่าง Navigator ไปวางบนกราฟ
วิธีติดตั้ง — MetaTrader 5
- ดาวน์โหลดไฟล์
bulls-bears-power-reversal-ea.mq5ด้านล่าง - เปิด MetaTrader 5 → คลิก
File→Open Data Folder - นำไฟล์ไปวางในโฟลเดอร์
MQL5/Experts - รีสตาร์ท MetaTrader 5 แล้วลาก EA จากหน้าต่าง Navigator ไปวางบนกราฟ
ไฟล์ทั้งสองเป็น source code — โปรดเปิดและตรวจสอบโค้ดทั้งหมดก่อนใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง