Forex
พื้นฐาน

ประเภทคำสั่งซื้อขาย: Market, Limit และ Stop Order

อัปเดตล่าสุด 2026-07-14

ทุกการเทรดเริ่มต้นด้วยออเดอร์ — คำสั่งที่บอก broker ของคุณว่าจะซื้อหรือขายอะไร และที่ราคาเท่าไหร่ การเลือกประเภทออเดอร์ที่ถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเทรดอย่างเหมาะสม ไม่ใช่แค่การกด "Buy" หรือ "Sell" ในทันทีที่คุณตัดสินใจจะเข้าเทรด

Market Order

Market Order จะถูกดำเนินการทันทีที่ราคาปัจจุบัน เป็นประเภทออเดอร์ที่ง่ายที่สุด — คุณต้องการเข้า (หรือออก) เดี๋ยวนี้ และยอมรับราคาใดก็ตามที่มีอยู่ในขณะนั้น

คำว่า "ราคาใดก็ตามที่มีอยู่ในขณะนั้น" ซ่อนต้นทุนที่แท้จริงเอาไว้: ระหว่างที่คุณคลิกกับตอนที่ออเดอร์ถูกเติม ราคาสามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้ราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่เห็นบนหน้าจอเล็กน้อย ความแตกต่างนี้เรียกว่า slippage ในตลาดที่สงบสำหรับคู่เงินหลัก ความแตกต่างนี้แทบไม่มีนัยสำคัญ แต่ในช่วงประกาศข่าวหรือช่วงเวลาที่สภาพคล่องบาง (ดู Trading Sessions) มันอาจกว้างถึงหลาย pip Market Order เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมเมื่อ การได้เข้าเทรด สำคัญกว่าราคาที่แม่นยำ — และเป็นเครื่องมือที่ไม่เหมาะเมื่อความได้เปรียบทั้งหมดของคุณขึ้นอยู่กับจุดเข้าเทรดที่แม่นยำ

Pending Orders

Pending Order คือออเดอร์ที่รอจนกว่าราคาจะไปถึงระดับที่คุณเลือกไว้ แล้วจึงจะทำงานโดยอัตโนมัติ มีสี่ประเภทหลักที่พบบ่อย:

Buy Stopbuy on breakout upSell Limitsell at resistanceCurrent PriceMarket Order = nowSell Stopsell on breakdownBuy Limitbuy at supportPrice
Buy Stop and Sell Limit sit above the current price; Buy Limit and Sell Stop sit below it — a Market Order simply fills at the current price immediately
  • Buy Limit — วางไว้ ต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะย่อลงไปที่แนวรับแล้วเด้งกลับขึ้นมา — คุณต้องการซื้อที่ราคาที่ถูกกว่า
  • Sell Limit — วางไว้ สูงกว่า ราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าราคาจะขึ้นไปที่แนวต้านแล้วร่วงกลับลงมา — คุณต้องการขายที่ราคาที่สูงกว่า
  • Buy Stop — วางไว้ สูงกว่า ราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าจะเกิด breakout — หากราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป คุณต้องการซื้อตามแรงส่ง
  • Sell Stop — วางไว้ ต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อคุณคาดว่าจะเกิด breakdown — หากราคาทะลุแนวรับลงไป คุณต้องการขายตามแรงส่ง

ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

สมมติว่า EUR/USD เทรดอยู่ที่ 1.0850 โดยมีแนวรับที่ 1.0800 และแนวต้านที่ 1.0900 จากสถานการณ์นี้เพียงสถานการณ์เดียว pending order ทั้งสี่แบบสามารถอธิบายแนวคิดการเทรดที่ต่างกันได้ถึงสี่แบบ:

  • Buy Limit ที่ 1.0805 — "ถ้าราคาย่อลงไปที่แนวรับ ฉันอยากซื้อตอนมันเด้ง"
  • Sell Limit ที่ 1.0895 — "ถ้าราคาขึ้นไปที่แนวต้าน ฉันอยากขายตอนมันถูกปฏิเสธ"
  • Buy Stop ที่ 1.0910 — "ถ้าราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป ฉันอยากเข้าร่วมกับ breakout"
  • Sell Stop ที่ 1.0790 — "ถ้าแนวรับแตก ฉันอยากขี่กระแส breakdown ไปด้วย"

สังเกตรายละเอียดของการวาง: ออเดอร์ Limit จะวางไว้เข้าไป ด้านใน แนวระดับเล็กน้อย (เพราะราคาอาจไม่แตะเส้นพอดีก่อนกลับตัว) ในขณะที่ออเดอร์ Stop จะวางไว้เลย ออกไปนอก แนวระดับเล็กน้อย (เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกระตุ้นจากไส้เทียนที่แค่แหย่แนวระดับโดยไม่ได้ทะลุจริง)

Limit vs Stop: ความแตกต่างสำคัญ

ชื่อของออเดอร์เหล่านี้อธิบาย เหตุผล ว่าทำไมคุณถึงวางออเดอร์ที่ราคานั้น ไม่ใช่แค่บอกทิศทาง:

  • Limit orders สันนิษฐานว่าราคาจะกลับตัวเมื่อไปถึงระดับที่คุณตั้งไว้ (ซื้อที่ราคาต่ำ / ขายที่ราคาสูง เดิมพันกับการเด้ง)
  • Stop orders สันนิษฐานว่าราคาจะเคลื่อนไหวต่อไปเมื่อไปถึงระดับที่คุณตั้งไว้ (ซื้อที่ราคาสูง / ขายที่ราคาต่ำ เดิมพันกับการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง)

ยังมีความแตกต่างในการดำเนินการที่ควรรู้ด้วย: ออเดอร์ Limit จะถูกเติมที่ราคาที่คุณตั้งไว้ หรือดีกว่า — มันไม่มีทาง slip ในทิศทางที่เสียเปรียบคุณได้ ในขณะที่ออเดอร์ Stop จะกลายเป็น market order ทันทีที่ถูกแตะ ดังนั้นในตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว มัน สามารถ ถูกเติมที่ราคาแย่กว่าระดับที่คุณตั้งไว้ได้ เรื่องนี้เป็นจริงกับ Stop Loss เช่นกัน: มันการันตีว่าออเดอร์จะถูกปิด แต่ไม่ได้การันตีราคาที่ปิดพอดี ซึ่งเห็นได้ชัดที่สุดในช่วง weekend gap ที่ราคาอาจเปิดตลาดใหม่ห่างจาก stop ไปไกลมาก

Stop Loss และ Take Profit ก็เป็นออเดอร์เช่นกัน

SL และ TP ที่คุณผูกไว้กับโพซิชันนั้น แท้จริงแล้วก็คือ stop order และ limit order สำหรับ ปิด โพซิชันนั่นเอง และทั้งสองอย่างสามารถ (และควร) ถูกผูกไว้กับ pending order ตั้งแต่ ก่อน ที่มันจะทำงานด้วยซ้ำ pending order ที่ตั้ง SL/TP ไว้เรียบร้อยแล้วคือแผนที่สมบูรณ์และตัดสินใจล่วงหน้า: เงื่อนไขการเข้าเทรด จุดที่ทำให้แนวคิดผิดพลาด และเป้าหมาย ทั้งหมดถูกตัดสินใจในขณะที่คุณใจเย็น — ดู พื้นฐานการบริหารความเสี่ยง ว่าทำไมวินัยแบบนี้ถึงสำคัญกว่าเทคนิคการเข้าเทรดใดๆ

pending order ใน MetaTrader ยังรองรับการตั้ง เวลาหมดอายุ (expiry time) ได้ด้วย มิฉะนั้นมันจะอยู่ในตลาดจนกว่าคุณจะยกเลิก pending order ที่ค้างมาจากการวิเคราะห์เมื่อสัปดาห์ก่อน ถูกลืมไว้แต่ยังทำงานอยู่ เป็นวิธี classic ที่ทำให้คุณลงเอยด้วยการเข้าเทรดที่คุณไม่เชื่อแล้วด้วยซ้ำ — ตรวจสอบออเดอร์ที่เปิดค้างอยู่เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในแต่ละ session การเทรด

ควรใช้ออเดอร์แบบไหนในสถานการณ์ไหน

  • การเคลื่อนไหวกำลังเกิดขึ้นตอนนี้และคุณมีแผนแล้ว → Market Order
  • คุณคาดว่าจะมีการย่อตัวกลับไปที่แนวระดับก่อนที่จะเคลื่อนต่อ → Buy/Sell Limit ที่แนวระดับนั้น (แนวรับ/แนวต้าน และแนวระดับ Fibonacci เป็นจุดที่เหมาะสมตามธรรมชาติ)
  • คุณคาดว่าจะเกิด breakout แต่ไม่อยากซื้อก่อนที่มันจะได้รับการยืนยัน → Buy/Sell Stop เลยแนวระดับ
  • คุณไม่สามารถเฝ้าหน้าจอในเวลาที่ถูกต้องได้ — เช่น London open เกิดขึ้นตอนที่คุณกำลังหลับอยู่ — pending order คือวิธีที่ทำให้แผนของคุณทำงานได้โดยไม่ต้องมีคุณอยู่หน้าจอ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

การใช้ pending order แทนที่จะใช้แค่ market order ช่วยให้คุณวางแผนการเทรดล่วงหน้าและออกห่างจากหน้าจอได้ — ออเดอร์จะทำงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขจริงของคุณ (การเด้งที่แนวรับ หรือ breakout ผ่านแนวต้าน) เกิดขึ้นจริงเท่านั้น แทนที่คุณจะต้องเฝ้ากราฟและตอบสนองด้วยตัวเองในตอนนั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การตัดสินใจเรื่องแนวระดับ ก่อน ที่ราคาจะไปถึง จะช่วยลดสิ่งล่อใจในช่วงเวลานั้นที่จะไล่ราคา (chase)

ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ควบคู่กับทุกออเดอร์เสมอ — ดู พื้นฐานการบริหารความเสี่ยง ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ