ตลาด Forex เปิดซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมง เพราะราคาจะเคลื่อนไหวไล่ตามศูนย์กลางการเงินหลักทั้งสามแห่งที่ผลัดกันเปิดและปิด แต่ตลาดไม่ได้คึกคักเท่ากันตลอดทั้งวัน — การรู้ว่าช่วงไหนคือ session ไหนที่เปิดอยู่ จะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมราคาถึงเงียบลงกะทันหันหรือวิ่งเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน และทำไมกลยุทธ์เดียวกันถึงให้ผลต่างกันโดยสิ้นเชิงในแต่ละช่วงเวลาของวัน
สาม Session หลักของตลาด
- Asian Session (Tokyo) — ประมาณ 00:00–09:00 UTC โดยทั่วไปจะเงียบกว่า มีช่วงการแกว่งของราคาที่แคบกว่า มักถูกใช้กับกลยุทธ์แบบ range คู่เงิน JPY, AUD และ NZD จะค่อนข้างคึกคักที่สุดในช่วงนี้ เพราะเศรษฐกิจบ้านเกิดของสกุลเงินเหล่านี้กำลังตื่นตัวและปล่อยข่าวออกมา
- London Session — ประมาณ 08:00–17:00 UTC เป็น session ที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุด โดยเฉพาะคู่เงิน EUR และ GBP ช่วงเปิดตลาดลอนดอน (ราว 08:00 UTC) เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นช่วงที่ความผันผวนพุ่งขึ้นทันที เพราะธนาคารและกองทุนในยุโรปเริ่มทำงาน และมักดันราคาให้หลุดออกจากกรอบที่ Asian session สร้างไว้ข้ามคืน
- New York Session — ประมาณ 13:00–22:00 UTC ปริมาณการซื้อขายสูง โดยเฉพาะคู่เงิน USD และเป็นช่วงที่ข่าวเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ถูกประกาศ ความคึกคักจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังลอนดอนปิด (~17:00 UTC) และช่วงบ่ายแก่ๆ ของนิวยอร์กไปจนถึงก่อนเปิดตลาดซิดนีย์ มักเป็นช่วงที่เงียบที่สุดของทั้งวัน
ควรทราบไว้ว่าเวลาเหล่านี้จะขยับไปหนึ่งชั่วโมงตามการปรับเวลาออมแสง (daylight saving time) ของสหรัฐฯ และยุโรป (ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนพร้อมกันด้วยซ้ำ) ดังนั้นควรตรวจสอบนาฬิกาตลาดใน platform ของคุณ แทนที่จะจำเวลาตายตัว
ทำไมช่วงเวลาที่ทับซ้อนกันจึงสำคัญ
เมื่อสอง session เปิดพร้อมกัน จะมีเทรดเดอร์และสถาบันจำนวนมากทำงานพร้อมกัน ซึ่งมักหมายถึงปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้น สเปรดที่แคบลง และการเคลื่อนไหวของราคาที่ใหญ่ขึ้น
- ช่วงทับซ้อน Asian/London (~08:00–09:00 UTC) — ทับซ้อนกันสั้นกว่า ความคึกคักเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง
- ช่วงทับซ้อน London/New York (~13:00–17:00 UTC) — เป็นช่วงที่คึกคักที่สุดของทั้งวันซื้อขาย เพราะลอนดอนและนิวยอร์กรวมกันคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของปริมาณการซื้อขาย Forex ทั้งวัน หากคู่เงินใดจะเกิดการเคลื่อนไหวแบบมีทิศทางชัดเจน ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงนี้
ลักษณะของแต่ละ Session และความเหมาะสมกับกลยุทธ์
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติของทั้งหมดนี้คือ พฤติกรรม ของตลาดจะเปลี่ยนไปตามเวลา:
- Asian session — คู่เงินมักแกว่งอยู่ในกรอบที่ชัดเจน กลยุทธ์แบบ range (ซื้อที่แนวรับ ขายที่แนวต้าน หรือใช้ oscillator อย่าง RSI) มักเหมาะกับช่วงนี้ ส่วนกลยุทธ์ breakout มักให้สัญญาณหลอกจำนวนมาก เพราะการเคลื่อนไหวขาดแรงส่งต่อเนื่อง
- London open — กรอบราคาที่เกิดขึ้นข้ามคืนมักถูกทะลุ เทรดเดอร์สาย breakout จะจับตาดูจุดสูงสุดและต่ำสุดของกรอบ Asian session เป็นระดับกระตุ้นสัญญาณโดยเฉพาะในช่วงนี้
- London/NY overlap — เป็นช่วงที่เทรนด์แข็งแกร่งที่สุดและมีแรงส่งต่อเนื่องชัดเจนที่สุด เหมาะกับเครื่องมือแนวตามเทรนด์อย่าง Moving Average และ MACD สเปรดในช่วงนี้ก็แคบที่สุดเช่นกัน ซึ่งสำคัญมากสำหรับการเทรดระยะสั้นที่สเปรดคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของเป้าหมายในแต่ละออเดอร์
- New York ช่วงบ่ายแก่ / ก่อนเปิด Sydney — สภาพคล่องบางทำให้สเปรดกว้างขึ้น และออเดอร์เล็กๆ อาจทำให้ราคาสวิงผิดปกติได้ เทรดเดอร์หลายคนเลือกที่จะไม่เปิดโพซิชันใหม่ในช่วงนี้
เวลาของข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวสำคัญที่ประกาศตามตารางเวลามักออกมาในช่วงเวลาที่คาดเดาได้: ข่าวสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบสูงส่วนใหญ่ (Non-Farm Payrolls, CPI, การตัดสินใจของ Fed) จะออกในช่วงเช้าของนิวยอร์ก ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปจะออกในช่วงเช้าของลอนดอน เหตุการณ์เหล่านี้สามารถทำให้คู่เงินเคลื่อนไหวมากกว่าที่เคลื่อนไหวปกติทั้งวันได้ภายในเวลาเพียงนาทีเดียว — สเปรดจะกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว Stop อาจถูกปิดแบบมี slippage และออเดอร์รอ (pending order) อาจถูกกระตุ้นที่ราคาที่ห่างจากจุดที่ตั้งไว้มาก ตรวจสอบ ปฏิทินเศรษฐกิจ ก่อนเข้าสู่ session การเทรดของคุณ และตัดสินใจล่วงหน้าว่าคุณยินดีจะถือโพซิชันข้ามช่วงประกาศข่าวที่มีตารางแน่นอนหรือไม่ — ดู การวิเคราะห์ทางเทคนิคเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงมีน้ำหนักเหนือกว่ากราฟ
ช่องว่างราคาช่วงสุดสัปดาห์ (Weekend Gap)
ตลาดปิดในเย็นวันศุกร์ (ตามเวลาปิดของนิวยอร์ก) และเปิดอีกครั้งในเย็นวันอาทิตย์ตามเวลา UTC ข่าวสารไม่ได้หยุดในช่วงสุดสัปดาห์ ดังนั้นการเปิดตลาดวันอาทิตย์อาจเกิด gap — เริ่มต้นที่ราคาซึ่งต่างจากราคาปิดวันศุกร์อย่างเห็นได้ชัด กระโดดข้าม Stop Loss ที่ตั้งไว้ระหว่างนั้นไปเลย Stop ยังคงปิดออเดอร์ให้อยู่ดี แต่จะปิดที่ราคาแรกที่มีอยู่ในตลาด ไม่ใช่ราคาที่คุณตั้งไว้ การถือโพซิชันข้ามสุดสัปดาห์จึงเป็นการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงที่จริงจัง ไม่ใช่ทางเลือกปกติที่ควรทำโดยไม่คิด
สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรกับการเทรดของคุณ
- หากคุณชอบการเคลื่อนไหวของราคาที่นิ่งและเล็กกว่า (เช่น การเทรดแบบ range) Asian session ช่วงต้นอาจเหมาะกับสไตล์นี้
- หากคุณต้องการสภาพคล่องสูงสุดและเทรนด์ที่ชัดเจนที่สุด ช่วง London/New York overlap มักเป็นช่วงที่คึกคักที่สุด
- จับคู่การ backtest ของคุณให้ตรงกับชั่วโมงการเทรดจริงของคุณ — กลยุทธ์ที่ทดสอบด้วยข้อมูล London session จะให้ผลต่างออกไปหากคุณเทรดได้เฉพาะช่วง Asian session เท่านั้น
- หากเขตเวลาท้องถิ่นของคุณเอื้อให้เทรดได้เฉพาะช่วงเงียบๆ ลองพิจารณาเทรดคู่เงินที่ home session กำลังคึกคักอยู่ในช่วงนั้น (คู่เงิน JPY/AUD/NZD ในช่วง Asia) หรือเปลี่ยนไปใช้ timeframe ที่ใหญ่ขึ้นซึ่งความผันผวนระดับ session มีผลน้อยลง
ไม่มีเวลาที่ "ดีที่สุด" ในการเทรดแบบตายตัว — มันขึ้นอยู่กับคู่เงินที่คุณเทรดและกลยุทธ์ที่คุณใช้ แต่การเข้าใจเรื่องเวลาของ session จะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมรูปแบบการเทรดเดียวกันถึงให้ผลต่างกันมากระหว่างตี 3 กับบ่าย 3 ตามเวลา UTC